รับจำนองบ้านที่ดิน

 

       

รับจำนอง ขายฝาก ไถ่ถอน บ้าน ที่ดิน คอนโดฯ อาคารพาณิชย์ รับเงินในวันเดียวจบ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี T.065-924-2464                                                                                                                                                                                                                                                   


พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝาก

ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยพ.ศ.2562



เมื่อวันที่16เม.ย.ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยพ.ศ.2562 ความว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยโดยมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา26ประกอบกับมาตรา37ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพ.ร.บ.นี้เพื่อคุ้มครองผู้ขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำธุรกรรมดังกล่าว
 
ทั้งนี้ให้โอนหน้าที่และอำนาจของหัวหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอซึ่งมีอยู่ตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่4)พ.ศ.2528ใช้บังคับไปเป็นหน้าที่และอำนาจของข้าราชการสังกัดกรมที่ดินที่ปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอตามที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนดทั้งนี้ตามมาตรา6การขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่อาศัยซึ่งผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับตามพ.ร.บ.นี้เว้นแต่การใดที่มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะหรือบัญญัติไว้เป็นประการอื่นในพ.ร.บ.นี้ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ว่าในสัญญาขายฝากจะกำหนดไว้เป็นประการใดหรือมีข้อตกลงเป็นประการใดและไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะระบุไว้ในสารบัญสำหรับจดทะเบียนว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่อาศัยหรือไม่ก็ตามถ้าตามข้อเท็จจริงในขณะที่ขายฝากปรากฏว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามพ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตามพ.ร.บ.นี้ข้อตกลงใดที่ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.นี้ไม่ว่าจะมีอยู่ในสัญญาขายฝากหรือทำเป็นข้อตกลงต่างหากให้ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
 
โดยตามมาตรา18ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กำหนดในพ.ร.บ.นี้โดยอาจชำระสินไถ่ให้แก่ผู้ซื้อฝากหรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากส่วนในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่เป็นความผิดของผู้ขายฝากให้ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินนั้นได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่หรือนับแต่วันที่เหตุที่ทำให้ไม่อาจใช้สิทธิไถ่ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วแต่กรณีและให้ถือว่าผู้ขายฝากได้ไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากตามกำหนดเวลาไถ่แล้วโดยในการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนจำนวนมากได้ปรากฏว่าผู้ขายฝากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้ซื้อฝากอันเนื่องมาจากสถานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันและผู้ขายฝากอาจได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยสมควรกำหนดให้มีการควบคุมสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่โดยกำหนดให้ผู้ขายฝากสามารถดำเนินการและให้ข้าราชการสังกัดกรมที่ดินซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอมีหน้าที่และอำนาจรับการวางทรัพย์ได้ด้วยทั้งนี้เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างเสริมความเป็นธรรมในสังคมจึงจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.นี้

ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยพ.ศ. ๒๕๖๒
 
 
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรให้ไว้ณวันที่๑๕เมษายนพ.ศ. ๒๕๖๒เป็นปีที่๔ในรัชกาลปัจจุบัน



สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา๒๖ประกอบกับมาตรา๓๗ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อคุ้มครองผู้ขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำธุรกรรมดังกล่าวซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา๒๖ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนาและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้
 
มาตรา๑พระราชบัญญัตินี้เรียกว่“พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยพ.ศ. ๒๕๖๒”

มาตรา๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเว้นแต่บทบัญญัติในมาตรา๑๘ในส่วนที่กำหนดให้วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกาหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
 
มาตรา๓ให้ยกเลิกมาตรา๑๙แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และให้โอนหน้าที่และอำนาจของหัหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอซึ่งมีอยู่ตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ใช้บังคับไปเป็นหน้าที่และอำนาจของข้าราชการสังกัดกรมที่ดิที่ปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอตามที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด
 
มาตรา๔ในพระราชบัญญัตินี้ “ขายฝาก” หมายความว่าขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย “ผู้ขายฝาก” หมายความว่าบุคคลธรรมดาซึ่งเป็ผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยหรืผู้รับโอนสิทธิในการไถ่ทรัพย์สินท“ผู้ซื้อฝาก” หมายความว่าผู้ซื้อตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่ยู่อาศัยหรือทายาทของผู้ซื้อฝากเดิมหรือผู้รับโอนทรัพย์สินที่ขายฝากแล้วแต่กรณี“เกษตรกรรม” หมายความว่าเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม“ที่อยู่อาศัย” หมายความว่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหร ที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยไม่ว่าจะได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการงานด้วยหรือไม่ก็ตาม
 
มาตรา๕ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
 
มาตรา๖การขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่อาศัซึ่งผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่การใดที่มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะหรือบัญญัติไว้เป็ประการอื่นในพระราชบัญญัตินี้ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ว่าในสัญญาขายฝากจะกำหนดไว้เป็นประการใดหรือมีข้อตกลงเป็นประการใดและไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะระบุไว้ในสารบัญสำหรับจดทะเบียนว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่อาศัยหรือไม่ก็ตามถ้าตามข้อเท็จจริงในขณะที่ขายฝากปรากฏว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตามพระราชบัญญัตินี้ข้อตกลงใดที่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าจะมีอยู่ในสัญญาขายฝากหรือทำเป็นข้อตกลงต่างหากให้ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
 
มาตรา๗การขายฝากถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าทีเป็นโมฆะในการจดทะเบียนของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระบุไว้ในสารบัญสำหรับจดทะเบียนให้ชัดเจนว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือการขายฝากที่อยู่อาศัย
 
มาตรา๘หนังสือสัญญาขายฝากอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา
(๒) รายการและลักษณะแห่งทรัพย์สินที่ขายฝาก
(๓) ราคาที่ขายฝาก
(๔) จำนวนสินไถ่
(๕) วันที่ขายฝากและกำหนดวันที่ครบกำหนดไถ่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ตรวจสอบหนังสือสัญญาขายฝากว่ามีรายการครบถ้วนตามวรรคหนึ่งแต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดผู้ใดจะอ้างว่าสัญญาเป็นโมฆะเพราะเหตุมีายการไม่ครบถ้วนตามวรรคหนึ่งมิด้
 
จำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้แต่เมื่อคำนวณเป็ดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปีคำนวณนับแต่วันที่ขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่ไม่ว่าในสัญญาจะมีข้อความระบุไว้เป็นประการใดหากผู้ซื้อฝากได้รับเงินทรัพย์สินหรืประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ขายฝากอันเนื่องมาจากการซื้อฝากรวมทั้งค่าตอบแทนที่ผู้ซื้อฝากได้รับจากการให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ขายฝากตามมาตรา๑๓วรรคสองให้ถือว่าเงินทรัพย์สินประโยชน์หรือค่าตอบแทนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ได้ชำระแล้วเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและคุ้มครองผู้ขายฝากกรมที่ดิจะจัดให้มีแบบพิมพ์เพื่อใช้ในการทำสัญญาขายฝากก็ได้
 
มาตรา๙สัญญาซื้อขายที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่มีงื่อนไขจะขายคืนมีคำมั่นว่าจะขยหรือมีสัญญาจะขายคืนหรือเงื่อนไขอื่นในทำนองเดียวกันให้ถือว่าเป็นสัญญาขายฝากตามพระราชบัญญัตินี้และตกอยู่ภายใต้บังคับแห่พระราชบัญญัตินี้
 
มาตรา๑๐สัญญาขายฝากจะกำหนดเวลาไถ่ต่ากว่าหนึ่งปีหรือเกินสิบปีมิได้ในกรณีที่กำหนดเวลาไถ่ต่ากว่าหนึ่งปีหรือเกินสิบปีให้ถือว่กำหนดเวลาไถ่มีเวลาหนึ่งปีหรือสิบปีแล้วแต่กรณีแต่ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ในกรณีที่ผู้ขายฝากไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากก่อนครบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่กำหนดไว้สูงกว่าราคาที่ขายฝากให้ลดสินไถ่ในส่วนที่สูงกว่านั้นลงตามอัตราส่วนของระยะเวลาไถ่ที่ลดลงแต่ผู้ซื้อฝากมีสิทธิเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกินร้อยละสองต่อปีของจำนวนราคาที่ขายฝากคำนวณตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่แต่ในกรณีที่มีการวางทรัพย์ผู้วางทรัพย์ต้องวางทรัพย์ตามจำนวนสินไถ่ที่กำหนดไว้ในสัญญาโดยไม่ตัดสิทธิคู่กรณีที่จะเรียกร้องส่วนลดหรือค่าเสียโอกาสคืนในภายหลังในกรณีที่มีการขยายกำหนดเวลาไถ่ระยะเวลาที่ขยายเมื่อรวมกับระยะเวลาเดิมแล้วต้องไม่เกินสิบปี
 
 มาตรา๑๑ให้คดีที่มีข้อพิพาทอัเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคโดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค



หมวด๒
 
 สิทธิและหน้าที่ของผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝาก


 มาตรา๑๒ภายใต้บังคับมาตรา๑๓ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครองใช้สอยและถือเอาซึ่งประโยชน์จากทรัพย์สิที่ขายฝากเพื่อประโยชน์ในการปรกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยจนถึงวันที่หมดสิทธิในการไถ่ทั้งนี้โดยไม่ต้องชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ซื้อฝากในการนี้ให้ดอกผลที่งอกจากทรัพย์สินที่ายฝากในระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝากผู้ขายฝากต้องรักษาและสงวนทรัพย์สินที่ขายฝากอย่างวิญญูชนพึงรักษาหรือสงวนทรัพย์สินของตนเอง
 
มาตรา๑๓ในกรณีที่ในวันที่ขายฝากผู้ขายฝากได้ให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ขายฝากเพื่ประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่ยู่อาศัยอยู่แล้วการขายฝากย่อมไม่กระทบต่อสิทธิ
 ของผู้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินดังกล่าวและให้ค่าตอบแทนที่ได้รัเป็นของผู้ขายฝาก
 
ในระหว่างการขายฝากคู่สัญญาอาจตกลงกันเป็นหนังสือให้ผู้ขายฝากมีสิทธินำทรัพย์สินที่ขายฝากให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์เพื่อประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยจะกำหนดให้ค่าตอบแท
 ตกเป็นของผู้ขายฝากหรือผู้ซื้ฝากก็ได้ถ้าไม่ได้มีการตกลงกันดังกล่าวผู้ขายฝากมีสิทธิให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้และให้ค่าตอบแทนที่ได้รับเป็นของผู้ซื้อฝากแต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดสิทธิของบุคคลอื่นดังกล่าวให้สิ้นสุดลงเมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่และไม่มีการไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากทั้งนี้ให้นำความในมาตรา๑๒วรรคสองมาใช้บังคับกับผู้ขายฝากและผู้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม
 
มาตรา๑๔สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินอาจโอนกันโดยทางนิติกรรมหรือตกทอดแก่ทายาทได้ผู้รับโอนย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ทั้งปวง
 
มาตรา๑๕สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินจะพึงใช้ได้ต่อผู้ซื้อฝากเดิมทายาทของผู้ซื้อฝากเดิมหรือผู้รับโอนทรัพย์สินที่ขายฝากแล้วแต่กรณี
 
มาตรา๑๖ก่อนพ้นกำหนดเวลาไถ่ผู้ซื้อฝากต้องไม่ก่อภาระใดๆเหนือทรัย์สินที่ขายฝากอันอาจกระทบสิทธิของผู้ขายฝากตามพระราชบัญญัตินี้
 
มาตรา๑๗ก่อนวันครบกำหนดเวลาไถ่ม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ไม่มากกว่าหกเดือนให้ผู้ซื้อฝากแจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝากเพื่อให้ผู้ขายฝากทราบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่พร้อมทั้งแนบสำเนาสัญญาขายฝากไปด้วยในกรณีที่ผู้แจ้งมิใช่ผู้ซื้อฝากเดิมต้องแจ้งไปด้วยว่าผู้ขายฝากจะต้องไถ่กับผู้ดและสถานที่ที่จะต้องชำระสินไถ่ในกรณีที่ผู้ซื้อฝากไม่ได้ดาเนินการแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ขายฝากภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งหรือมิได้ส่งสำเนาสัญญาขายฝากไปด้วยให้ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากได้ภายในหกเดือนนับแต่วันครบกาหนดไถ่ที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากโดยผู้ขายฝากมีหน้าที่ชำระสินไถ่ตามจานวนที่กำหนดไว้ในสัญญา
 
มาตรา๑๘ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัย์สินที่ขายฝากภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กาหนดในพระราชบัญญัตินี้โดยอาจชำระสินไถ่ให้แก่ผู้ซื้อฝากหรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินนั้นโดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้
 
ในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้ยเหตุใดอันมิใช่เป็นความผิดของผู้ขายฝากให้ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสานักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินจังหวัหรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินนั้นได้ายในสามสิบวันนับแต่วันถึงกำหนเวลาไถ่หรือนับแต่วันที่เหตุที่ทาให้ไม่อาจใช้สิทธิไถ่ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วแต่กรณีและให้ถือว่าผู้ขายฝากได้ไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากตามกาหนดเวลาไถ่แล้ว
 
ให้ทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายฝากตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายฝากได้ชาระสินไถ่หรือางทรัพย์อันเป็นสินไถ่แล้วแต่กรณี
 
ในกรณีที่ได้วางทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองให้เจ้าพนักงานของสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินแล้วแต่กรณีมีหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ซื้อฝากทราบถึงการวางทรัพย์โดยพลันโดยผู้ขายฝากไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา๓๓๓ วรรคสามแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
 
มาตรา๑๙เมื่อผู้ขายฝากมิได้ใช้สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ให้ผู้ายฝากส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ซื้อฝากตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานั้นทรัพย์สินที่ส่งมอบการครอบครองตามวรรคหนึ่งผู้ซื้อฝากย่อมได้รับไปโดยปลอดสิทธิใดๆซึ่งผู้ขายฝากก่อให้เกิดขึ้ในระหว่างการขายฝาก
 
เมื่อจะต้องส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้ซื้อฝากตามวรรคหนึ่งให้ผลิตผลเกษตรกรรมที่มิได้มีลักษณะเป็นส่วนควบของที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายฝากหรือผู้มีสิทธิใช้ระโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้นโดยผู้ซื้อฝากต้องยินยอมให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ในผลิตผลเกษตรกรรมเข้าไปในที่ดิ
 
เพื่อเก็บหรือขนย้ายภายในระยะเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาไถ่ดยมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าวทราบหากเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ดำเนินการภายในระยะเวลดังกล่าวให้ถือว่าสละสิทธิในผลิตผลเกษตรกรรมนั้
 
บทเฉพาะกาล
 
 
 มาตรา๒๐สัญญาขายฝากซึ่งทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่ได้ทาไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่ครบกำหนดเวลาไถ่ให้มีผลผูกพันคู่สัญญาต่อไป
 
 ตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันทาสัญญาขายฝากเว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
 
 ๑) สิทธิของผู้ขายฝากในการครอบครองใช้สอยและถือเอาซึ่งประโยชน์จากทรัพย์สินที่ขายฝากตามมาตรา๑๒และการให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ขายฝากตามมาตรา๑๓วรรคหนึ่งและสิทธิของผู้ขายฝากหรือบุคคลอื่นในการได้กรรมสิทธิ์ในผลิตผลเกษตรกรรมรวมทั้งสิทธิเข้าไปในที่ดินเพื่อเก็บหรือขนย้ายผลิตผลเกษตรกรรมตามมาตรา๑๙ วรรคสามถ้าผู้ขายฝากครอบครองทรัพย์สินที่ขายฝากเพื่อประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อการดังกล่าวอยู่แล้วในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ตกเป็นสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ของผู้ขายฝากหรือบุคคลอื่นดังกล่าว
 
 ๒) บทบัญญัติแห่งมาตรา๑๖ให้ใช้บังคับกับสัญญาขายฝากที่มีผลบังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแต่ไม่กระทบต่อภาระที่ผู้ซื้อฝากได้ก่อไว้แล้วโดยชอบในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
 
 ๓) ให้นำความในมาตรา๑๗  มาใช้บังคับกับสัญญาขายฝากที่มีผลบังคับอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและในกรณีที่กาหนดเวลาไถ่ในสัญญาขายฝากมีหรือเหลือระยะเวลาน้อยกว่าามเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ขยายกาหนดเวลาการไถ่ออกไปเป็นเวลาหกเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคั
 
 ๔) บทบัญญัติแห่งมาตรา๑๘ให้ใช้บังคับกับการไถ่ทรัพย์สินที่ทำภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแม้สัญญาขายฝากจะได้ทำไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับก็ตามมาตรา๒๑บรรดาคดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ช้บังคับให้ศาลนั้นมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปตามบทบัญญัติแห่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจนกว่าคดีนั้นจะถึงที่สุด
 
 มาตรา๒๒ให้กรมที่ดินดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้สำนักงานที่ดินจังหวัดและสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากมีวามพร้อมในการรับการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ตามมาตรา๑๘ก่อนครบกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่บทบัญญัติว่ด้วยขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ภายใต้หลักของความศักดิ์สิทธิ์และเสรีภาพในการแสดงเจตนาระหว่างคู่สัญญาซึ่งเป็นเอกชนที่มีสถานะเท่าเทียมกันแต่ในการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนจำนวนมากได้ปรากฏว่าผู้ขายฝากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้ซื้อฝากอันเนื่องมาจากสถานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันและผู้ขายฝากอาจได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยสมควรกำหนดให้มีการควบคุมสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่โดยกำหนดให้ผู้ขายฝากสามารถดำเนินการได้ที่สานักงานที่ดินจังหวัดหรือสานักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากและให้ข้าราชการสังกัดกรมที่ดินซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอมีหน้าที่และอำนาจรับการวางทรัพย์ได้ด้วยทั้งนี้เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างเสริมความเป็นธรรมในสังคมจึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา:กรมที่ดิน


 

หน่วยงานต่างๆ

กรมที่ดิน

กรมการปกครอง

กรมธนารักษ์

กรมโยธาธิการผังเมือง

กรมสรรพากร

กรมบังคับคดี

กรมการขนส่ง

กรมบัญชีกลาง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรมอุตุนิยมวิทยา

สภาทนายความ

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

เว็บน่าสนใจ

หนังสือพิมพ์ออนไลน์

ค้นหาเบอร์โทรศัพท์

สถาบันการศึกษา

การเคหะแห่งชาติ

การไฟฟ้านครหลวง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

การประปานครหลวง

การประปาส่วนภูมิภาค

การท่องเที่ยว(ททท.)

สนง.ประกันสังคม

Link

 






     
Copyright 2019 by baannut.com จำนอง ขายฝาก จำนองบ้าน รับจำนองรับขายฝากบ้าน ขายฝากที่ดิน รับซื้อบ้าน รับซื้อที่ดิน รับไถ่ถอนบ้าน รับจำนองบ้านที่ดิน จำนองขายฝาก รับเงินสดทันทีใน1วัน ผ่านนายทุนโดยตรง ยินดีให้คำปรึกษาฟรี Line.baannut99 โทร.065-924-2464 คุณณัฐ

.

บริการรับขายฝาก จำนองบ้าน จำนองที่ดิน รับจำนองรับขายฝากบ้าน ขายฝากที่ดิน รับซื้อบ้าน รับซื้อที่ดิน รับไถ่ถอนบ้าน รับจำนองบ้านที่ดิน จำนองขายฝาก รับซื้อฝาก รับจัดสินเชื่อบ้าน รับปรึกษาเรื่องกู้ซื้อบ้าน ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โทร.092-897-4546